เที่ยวเมืองคอน ตอนที่ 2
Thursday, October 12th, 2006 หลังจากทริปนั้นแล้ว ฉันก็รู้ได้ทันทีเลยว่า เมืองนครฯ มีความงามที่ซุกซ่อนอยู่อีกมากมาย รอคนไปค้นหา แต่ขณะเดียวกัน ฉันก็รู้สึกหวงแหน และกังวล ถ้ามีคนไปเที่ยวกันมากขึ้น ทรัพยากรบ้านฉันคงถูกทำลายป่นปี้ เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่ไม่เหลือสภาพความอุดมสมบูรณ์อีกต่อไป 
หากแต่พี่หมอได้ให้ข้อคิดอีกแง่มุมหนึ่งว่า ทรัพยากรมีไว้ให้ใช้ คำว่าอนุรักษ์ไม่ได้หมายความว่า ห้ามใช้ หากแต่ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า และใช้อย่างไรให้ไม่เสื่อมสลายก่อนเวลาอันควร การเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยว ก็เหมือนการเปิดบ้านต้อนรับแขกผู้มาเยือน ซึ่งเจ้าของบ้าน ก็ต้องคอยดูแลความสงบเรียบร้อย คอยอำนวยความสะดวก แต่กระนั้น เจ้าบ้านก็ยังต้องมีกฎของบ้าน สร้างข้อตกลงวางแผน กับมิตรต่างถิ่นให้ดี ว่าให้เต็มที่ได้แค่ไหน สิ่งใดต้องห้าม ทำอย่างไรให้แขกเป็นนักท่องเที่ยวที่มีวินัย ไม่ใช่ผู้บุกรุกและทำลาย 
และแล้ว ฉันก็ฉกตัวพี่หมอมาเป็นไกด์จนได้
งานนี้พี่หมออัดโปรแกรมให้เสียยาวเหยียด หากแต่เราออกจากบ้านสาย ทำให้บางโปรแกรมต้องถูกตัดออกไปอย่างน่าเสียดาย ถ้าตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ก็คงจะได้นั่งดูทะเลหมอก จิบกาแฟแกล้มข้าวเหนียวสารพัดหน้า แถมถ้าได้ขนมปะดา อีกซักสองสามลูก ก็คงจะได้ปีนยอดเขาไปเฝ้าพระอินทร์ 
โปรแกรมแรกเลยคือ ล่องแก่งกรุงชิง ซึ่งไกด์กิตติมศักดิ์บอกว่า ล่องได้กันทั้งปี
ทว่าความตื่นเต้นเร้าใจก็จะต่างกัน ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำในคลองกลาย ในแต่ละฤดูกาล ถ้าจะเน้นหวาดเสียว ลุ้นกันจนตัวโก่งตัวงอ ก็เห็นจะต้องเป็นช่วงปลายปี ประมาณเดือน พฤศจิกายน-ธันวาคม เพราะเป็นช่วงฝนตกหนัก น้ำจะมาก แต่ช่วงที่ฉันไป เป็นช่วง เดือนกรกฎาคม สำหรับตัวเองแล้ว คิดว่ากำลังสบาย พอดีๆ ไม่มีเรือพลิกคว่ำ พลิกหงายให้หัวใจเต้นแรงเล่น เรือจะพาเราไปเอื่อยๆ กำซาบธรรมชาติสองข้างทาง แต่ก็มีบางแก่งให้พอลุ้นระทึก และให้แวะเล่นน้ำในบางเวิ้ง 
แค่โปรแกรมแรกก็ทำเอาฝรั่งสองคนร้องว้าว อย่างตื่นตาตื่นใจในความงามที่ธรรมชาติปั้นแต่ง ไม่ว่าจะชะง่อนหินสีสันประหลาด ราวมีจิตกรเอกมาร่ายพู่กัน ไหนจะแมงปอสีสดนั่นอีกเล่า ทำเอาพี่ของสามีสุดที่รัก ที่แสนจะกังวลเรื่องความปลอดภัยเมื่อแรกถึง กลับร้องขอจะล่องอีกรอบ เสร็จจากล่องแก่งแล้ว พี่หมอก็พาเราเที่ยวชมจุดต่างของกรุงชิงจนแทบจะเรียกได้ทั่ว เสียดายที่เราไม่มีเวลามากพอที่จะเดินขึ้นน้ำตกกรุงชิง
พี่หมอจึงปลอบใจเรา ด้วยการพาไปน้ำตกกรุงนาง ซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากนัก สวยสมคำการันตีของพี่หมอจริงๆ ขากลับออกมา พี่หมอขับรถช้าๆ ตาก็แหงนมองดูผาใหญ่ พี่หมอบอกว่า ถ้ามาถูกจังหวะและเวลา ก็จะเห็นนกเงือกจำนวนมากมายตรงผานั้น ซึ่งน่าเสียดายที่เราไม่ได้เห็น 
หลังจากโลดโผนกันมาทั้งวัน พี่หมอก็บ่ายรถเข้าสู่รีสอร์ทเล่นตัว สวนฝากฟ้าอันลือชื่อ
เลี้ยงข้าวเรามื้อใหญ่ ทั้งแกงไก่ ไข่เจียว ต้มจืด อาหารง่ายๆ ที่ทำเอาฉันเติมข้าวไม่รู้อิ่ม ที่ติดใจฉันที่สุด เห็นจะเป็นผักกูดลวกกะละมังโต กับน้ำพริกกะปินี่แหละ นึกแล้วยิ่งคิดถึงบ้าน ตอนนี้ ฉันตระหนักดีแล้วว่า ถึงจะอยู่แดนไกล แต่รากของฉันที่ฝังลึก อยู่ในถิ่นกำเนิด มันคอยร้องเรียกให้ฉันต้องกลับไปซบไออุ่นอยู่ตลอดเวลา คงเหมือนใครบางคนเคยว่า แม้จะไปอยู่ไกลแค่ไหน แต่ก็จงภูมิใจ ที่มีบ้านไว้ให้คิดถึง ไว้ให้ไปหา.. ขอขอบพระคุณพี่หมอ ที่เอื้อเฟื้อภาพถ่ายสวยๆนะคะ
